แรงบันดาลใจ และการพัฒนาตนเอง

ทำอย่างไรให้เป็นที่รัก

หลายๆคนเข้าใจผิดมาตลอด ว่าการทำให้คนประทับใจกับเรา คือการพูดเยอะ พูดถึงตัวเอง อวดตัว

แต่จริงๆกลับกันเลยค่ะ

การที่คนจะชอบเรา อยู่ที่ว่าเราทำให้เค้ารู้สึกอย่างไรมากกว่า

ถ้าเราถาม ให้เค้าพูดเยอะ เค้าจะรู้สึกดีกับเรา เพราะเราทำให้เค้ารู้สึกดีกับตัวเอง

บทความนี้ พูดถึง งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ว่าเวลาคนเราได้พูดถึงตัวเอง เป็นการ trigger ส่วนเดียวของสมองกันกับส่วนที่ทำให้มีความสุข  เหมือนเวลาทานอาหารอร่อยๆ และเวลาได้รับเงิน

brain

เมื่อเรามีความสุข เราก็จะชอบคู่สนทนาไปโดยอัตโนมัติ

หนูหวานมีเพื่อนคนนึง ที่เป็นนักฟังที่ดีมาก เวลาเจอกัน เค้าจะถามทุกอย่างเกี่ยวกับเรา ตั้งใจฟังเวลาเราเล่าตอบว่าเราเป็นอย่างไรบ้าง ทำให้เรารู้สึกดีเวลาอยู่ด้วย ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนที่เพื่อนๆทุกคนรักมาก และเป็นคนที่ทุกคนอยากอยู่ด้วย

ทำไมการฟังถึงจำเป็น

เพราะเวลาเราพูด เราก็ได้ยินเรื่องเดิมๆของเราเอง ที่เรารู้อยู่แล้ว  ไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ

เหมือนที่คุณริชาร์ด แบรนสัน ผู้ก่อตั้งสายการบินเวอร์จิ้น พูดไว้นะคะ ว่า

“ฟังไว้เถอะ มันทำให้คุณฟังดูฉลาดขึ้น”

richard quote

 

เรื่องเกี่ยวกับเรา เรารู้ทุกอย่างดีที่สุดอยู่แล้ว ไม่เหมือนเวลาเราฟังคนอื่น  เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆตลอดเวลาค่ะ

รู้จักการตั้งคำถาม

หลายๆที่ ที่เพื่อนๆอาจจะได้รู้จัก หรือได้คุยกับคนที่เรารู้สึกว่าเก่งกว่าเรา หรือรู้มากกว่าเรา แล้วไม่รู้จะคุยอะไร ให้ตั้งคำถามแบบที่ไม่ใช่ต้องการคำตอบแบบใช่ หรือไม่ใช่ แต่เป็นคำถามแบบเปิดกว้าง

หนูหวานเชื่อว่า ทุกๆคนมีเรื่องน่าสนใจในชีวิตทั้งนั้น แล้วแต่ว่าเราถามคำถามถูกไหม ถ้าเราเบื่อในการฟังไปเรื่อยๆ ลองตั้งคำถามใหม่ ในสิ่งที่เราสนใจ แล้วถามไปก็ได้ค่ะ

ยกตัวอย่าง

หนูหวานเคยไปรอเปลี่ยนเครื่องบินที่อเมริกา รอนานหลายชั่วโมง เลยหาเรื่องคุยกับคนที่นั่งรออยู่เกทเดียวกัน เป็นคุณผู้ชายอายุมากนิด หล่อเชียว นั่งรถเข็น มากับภรรยา คุยกันไปมา สรุปคือคุณผู้ชายเป็นนักบินรบให้กับกองทัพอากาศของอเมริกา ทำงานมาสามสิบกว่าปี ทีนี้คุยสนุกเลยคะ หนูหวานมีเรื่องให้ถามร้อยแปด ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆเยอะเลย  ได้เปิดโลกที่หนูหวานเองคงไม่ได้มีโอกาสสัมผัสด้วยตัวเอง

การฟัง จริงๆแล้ว เป็นศิลปะอย่างนึงเหมือนกัน

เคยได้ยินไหมคะ ว่ามีการฟังสองแบบ คือการฟังอย่างตั้งใจ โดยรอให้เค้าพูดจบก่อน เราจะได้พูดต่อ กับการฟังโดยจับใจความหลักๆ แล้วพออีกฝ่ายพูดจบ เราก็รีบแทรกเรื่องราวของเราใน topic นั้นๆไป

(ไม่ใช่การฟังอย่างตั้งใจ อย่างอยากทำความรู้จักกันจริงๆ หรือทำความเข้าใจกับอีกฝ่าย)

 

TED TALK ด้านล่าง คนพูดคือคุณ จอน ฟรานซิส ที่ตั้งใจหยุด พูด  และฟังอย่างเดียว เป็นเวลา 17 ปี เค้าได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง ได้ฟังอย่างตั้งใจ ได้คิด ลองดูกันนะคะ

เพื่อนๆละคะ ลองถามตัวเองดูนะคะ ว่าวันนี้ เราได้พูดมากกว่าฟังหรือปล่าว และ วันนี้ ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆหรือยัง

แชร์ประสบการ์ส่วนตัวกันบ้างนะคะ

ด้วยรัก

หนูหวาน

You Might Also Like

2 Comments

  • Reply
    juthamas
    พฤษภาคม 25, 2016 at 1:43 pm

    ชอบมากๆๆ ค่ะ จะนำเอาไปปฎิบัติใช้กับชีวิตตัวเองเพื่อสิ่งที่ดีต่อตัวเราและคนรอบข้างค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ที่นำมาแบ่งปันนะคะ

  • Reply
    Mai
    พฤษภาคม 25, 2016 at 7:19 pm

    Hi Nu Warn!
    Thank you very much!

  • Leave a Reply