Uncategorized

5 วิธีทำอย่างไรให้ได้เที่ยวบ่อยๆ และใช้เงินไม่เยอะ

เรื่องเที่ยวนี่คุยกับใครๆ ทุกคนก็มีที่ๆอยากไปในใจทั้งนั้น แต่หลายๆครั้งก็จะจบลงกับคำว่า ไม่มีเงิน คงแพงเนอะ ไว้รอทุกๆอย่างลงตัวก่อน (อันนี้ได้ยินบ่อยมากๆ) ให้เรียนจบก่อน ให้ลูกเข้ามหาลัยก่อน ให้ผ่อนบ้านหมดก่อน ให้พูดภาษาอังกฤษได้เก่งกว่านี้ก่อน ฯลฯ เราคงหาข้ออ้างไปได้เรื่อยๆ กับการออกไปเจอโลกใบกว้าง ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ไม่มีวันไหนที่ทุกอย่างลงตัวหรอกค่ะ หรืออาจจะมี ในวันที่เราเองก็ไม่เหลือแรงไว้เที่ยวแล้ว

Nuwann amsterdam

วันนี้หนูหวานมาบอกวิธีเที่ยวแบบไม่แพง เป็นวิธีที่ใช้มาหลายปีเต็มที ที่ทำให้หนูหวานได้ไปเที่ยวมามากกว่า 20 ประเทศ และส่วนมากก็ไม่ได้ใช้เงินเยอะเลยค่ะ

1. อย่ากำหนดวัน และสถานที่ตายตัว

เปิดกว้างสำหรับสถานที่ที่เราอยากไป ดูว่าช่วงไหนมีตั๋วโปรโมชั่นไปเมืองไหน หรือประเทศไหน บางทีเมืองที่เราไม่เคยได้ยินมาก่อน ที่ๆไม่เคยคิดจะไป อาจกลายมาเป็นที่ๆเราชอบมากก็ได้ค่ะ ยกตัวอย่าง มีหนนึง หนูหวานกับคริสคุยกันว่า ไปเที่ยวหนหน้า เราจะไปเที่ยวที่ๆตั๋วราคาถูกที่สุดกันดีกว่า ที่ไหนก็ได้ ในที่สุดมาได้ตั๋วไปพม่า ราคาไปกลับแค่ 2,800 บาท (รวมภาษีแล้ว) ไปแล้วไม่ผิดหวังเลยค่ะ เหมือนย้อนเวลากลับไปหลายสิบปี ประทับใจกับคนน่ารักใจดี สถาปัตยกรรมที่สวยแปลกตา กลายเป็นที่ๆอยากกลับไปบ่อยๆ

ส่วนเรื่องวันที่เดินทาง อาจจะยอมปรับบวกลบซักสองสามวัน บางทีบินต่างกันแค่หนึ่งวัน ลดราคาค่าตั๋วไปได้หลายพันเลยค่ะ

2.อย่าอยู่โรงแรม

หนูหวานเป็นคนนึงที่ไม่ชอบพักที่โรงแรมเวลาไปเที่ยว เวลาอยู่โรงแรมหนูหวานจะรู่สึกตัวเองเป็นนักท่องเที่ยวม๊ากมาก หนูหวานชอบที่จะอยู่ปะปนกับคนเมืองนั้นๆ ใช้วิถีชีวิตแบบพวกเขามากกว่า ข้อดีอีกข้อ คือ ด้วยราคาที่เท่า หรือถูกกว่าโรงแรม อพาร์ตเม้นต์จะใหญ่กว่า มีห้องนั่งเล่น และ ยังมีห้องครัว ให้เราสามารถทำอาหารทานได้ ประหยัดกว่าออกไปทานข้างนอกทุกมื้อค่ะ

มีเว็บไซต์สองเว็บที่หนูหวานและเพื่อนใช้ ในการหาอพาร์ทเม้นต์ในประเทศต่างๆ

  • www.airbnb.com เว็บนี้มีให้เลือกหลายหลายราคา มีห้องพักให้เลือกในเกือบทุกประเทศทั่วโลก ที่ดีมากคือเราสามารถดูรีวิวของเจ้าของอพาร์ตเมนต์ว่าคนที่เคยไปพักพูดถึงเค้าอย่างไร ดีไม่ดีอย่างไร เราจะได้มาใช้ในการช่วยตัดสินใจ สามารถดูรายละเอียดว่าที่พักอยู่ไหน และที่สำคัญที่สุด คือเรื่องความปลอดภัย เจ้าของอพาร์ตเม้นต์จะถูกทางเว็บไซต์นี้ยืนยันตัวตนก่อน ว่ามีจริง และอพาร์ตเม้นต์มีอยู่จริง คนรู้จักหนูหวานเคยใช้บริการอีกเว็บนึง ปรากฏพอเดินทางไปถึง ไม่มีอพาร์ตเม้นต์ที่อยู่ที่เจ้าของแจ้ง แถมเงินมันจำที่จ่ายไปเป็นหมื่นผ่านเว็บไม่สามารถเรียกคืนได้ เราคงไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเรา โดยเฉพาะเวลาเราอยู่ต่างบ้านต่างเมืองนะคะ

ล่าสุดหนูหวานไปอยู่อพาร์ทเม้นต์ในโฮจิมินต์ ประเทศเวียดนาม อพาร์ตเม้นต์ใจกลางเมือง แถมเป็นสองชั้นอีกต่างหาก น่ารักมากๆ ราคาคืนละแค่ 900 กว่าบาทเองค่ะ แถมเจ้าของห้องข้างๆเป็นดีไซเนอร์คนเวียดนาม หนูหวานเลยอุดหนุนได้ชุดสวยๆมาอีกเกือบสิบชุด ได้เพื่อนใหม่ในวงการมาอีกหนึ่งคน (คุยกันเมื่อยมือเลย แต่ยังดีที่มี google translate ช่วยชีวิตไว้ เพราะเค้าพูดอังกฤษไม่เก่ง หนูหวานก็พูดเวียดนามไม่ได้) ตอนที่นั่งคุยกัน เลือกชุดสวยๆของเค้าในห้องเค้าตอนสี่ทุ่ม แถมเค้าชวนไปดริงค์ในระเบียงเล็กๆ ที่จัดไว้สวยอาร์ตมาก หนูหวานรู้สึกอิ่มใจมากๆที่ได้มาเจอที่ๆน่ารักอย่างนี้ ที่ๆคงไม่มีโอกาสได้เจอ คนที่คงไม่มีโอกาสได้รู้จัก ถ้าหนูหวานเลือกอยู่โรงแรม

  • www.couchsurfing.org  เว็บนี้เป็นที่พักฟรีค่ะ มีให้เลือกเป็นแสนๆเมืองทั่วโลกเลย ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นศูนย์รวมของคนที่มีโซฟา (หรือ couch) ว่างในห้องของตัวเอง แล้วมาเปิดโอกาสให้นักเดินทางทั่วโลกมานอนพักได้ฟรี เป็นไอเดียเหมือนเพื่อนๆมานอนค้างที่บ้านด้วยกันง่ายๆ ไม่สะดวกสบายเหมือนโรงแรม แต่ที่ได้แน่ๆคือได้เพื่อนใหม่ ได้รู้จักคนที่รักชีวิต คนที่อยากรู้จักคนที่น่าสนใจจากทั่วโลก (คนธรรมดาๆคงไม่มีใครยอมเปิดบ้านให้คนแปลกหน้าใช่ไหมคะ) หนูหวานชอบคอนเซ็บเว็บนี้มากๆ

“With Couchsurfing, you can stay with locals in every country on earth. Travel like a local, stay in someone’s home and experience the world in a way money can’t buy.”

“ด้วยการ couchsurfing คุณสามารถพักกับคนพื้นเมืองของทุกประเทศทั่วโลก เดินทางเหมือนคนประเทศนั้นๆ พักที่บ้านคนพื้นเมือง และรับประสบการณ์ที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน”

ในคำว่า ประสบการณ์ที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน อันนี้เป็นคำที่ยิ่งใหญ่มากๆสำหรับนักเดินทางนะคะ เพราะการเดินทางนั้น (ไม่ว่าจะไกลหรือไกล้ ถ้าคุณเป็นคนช่างคิด อยู่ที่ไหนก็เติบโตได้เหมือนกันค่ะ) ในที่สุดก็เป็นการหลอมเราให้เป็นคนเปิดกว้าง กล้าทำอะไรแตกต่าง มีมุมมองที่แตกต่าง มีเพื่อนใหม่ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ เงินทั้งโลก ก็ไม่สามารถซื้อได้ค่ะ

หนูหวานยังไม่เคยลอง couchsurf แต่คริส และเพื่อนอีกหลายคน (ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย) เคยลองกันมาแล้ว ทุกคนบอกว่าปลอดภัย (ต้องหาข้อมูลเจ้าของห้องเองก่อนนะคะ) และสนุกมากๆ เจ้าของห้องทุกคน น่าสนใจ และส่วนมากก็เป็นนักเดินทางตัวยงกันทั้งนั้น จึงได้เพื่อนใหม่ คุยกันถูกคอค่ะ

*หมายเหตุ*  ถึงได้พักฟรีก็จริง แต่มารยาทที่คนพักนิยมทำกัน ก็คือพาเจ้าของห้องไปเลี้ยงอาหาร(ไม่ต้องแพง) หรือมีของขวัญเล็กๆน้อยๆไปตอบแทนน้ำใจค่ะ

3.  หากิจกรรมที่ไม่ใช้เงินเยอะทำ

เมื่อไปถึงประเทศหรือเมืองใหม่ๆแล้ว คนส่วนมากจะไปอะไรๆที่นักท่องเที่ยวทำกัน เช่น ซื้อบัตรรถบัสชมเมือง ดูพิพิธพันธ์ดังๆ ซื้อทัวร์ในเมืองหรือรอบเมือง ซึ่งส่วนมากทัวร์เหล่านี้ หรือจุดสำคัญๆของเมืองที่นักท่องเที่ยวมากันเยอะๆ มักจะมีราคาตั๋ว หรือค่าเข้าแพง บางทีวันๆนึงต้องจ่ายหลายพันบาท ซึ่งรวมหลายวันแล้ว อาจต้องเสียเป็นหลักหมื่นบาทก็เป็นไปได้นะคะ

หนูหวานแนะนำให้ลองหาที่เที่ยวในเมืองนั้นๆที่นักท่องเที่ยวไม่ไปกัน เป็นที่ๆคนประเทศนั้นๆชอบเที่ยวกันมากกว่า เช่น ในปารีส สามารถเช่าจักรยาน Velib รายชั่วโมง หรือทั้งวัน ในราคาไม่แพง แล้วปั่นดูเมือง แทนซื้อทัวร์ แวะซื้อไอศกรีมเจ้าอร่อย ในราคาไม่กี่ยูโร พอปั่นเหนื่อย ไม่ต้องปั่นกลับมาที่เดิม เพราะธุรกิจจักรยานนี้คือมีจุดคืนทั่วทั้งเมืองเลยค่ะ  เกือบทุกๆเมืองจะมีพิพิธพันต์เล็กๆ หรือแกลเลอรี่งานศิลปะ ที่มีค่าเข้าชมถูกกว่า หรือฟรี แต่ประสบการณ์ที่ได้ก็สนุกไม่แพ้จุดท่องเที่ยวดังๆเลยค่ะ ยกตัวอย่างอีกอัน ตอนไปสวิสเซอร์แลนด์​ คริสไปว่ายน้ำในทะเลสาบกับเพื่อนสนิทที่ทำงานอยู่ที่นั่น  ไม่เสียเงินสักบาท แต่ได้แข่งกระโดดจากขอบสะพานกัน ว่ายน้ำกันไปคุยกันไป มีแต่คนท้องถิ่น ทำให้เรารู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสถานที่นั้นๆจริงๆค่ะ  บางที ไปเมืองไหน ถึงไม่มีเพื่อนอยู่ที่นั่น ลองสังเกตุดูว่าคนประเทศเค้าทำอะไรกันเวลาเราเดินผ่าน อาจจะนั่งปิคนิคในสวน  นั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือในร้าน แล้วลองทำดูบ้างนะคะ อาจจะติดใจ เอากลับมาทำที่บ้านบ้างก็ได้ค่ะ

เว็บที่หนูหวานเข้าไปดูตลอดว่ามีกิจกรรมดีๆอะไรบ้างในประเทศที่กำลังจะไป คือ www.meetup.com เป็นศูนย์กลางของกิจกรรมสนุกๆ ในหลายๆประเทศมาก ตอนไปฮานอยเมื่อสองปีที่แล้ว หนูหวานไปเจอกรุ๊ปที่นัดกันไปเดินป่านอกเมืองช่วงที่หนูหวานอยู่พอดี เสียเงินค่ารถประมาณสามร้อยกว่าบาท ได้นั่งออกไปนอกเมืองสองชั่วโมง อากาศหอมสุดๆ ทุ่งนากว้างสุดลูกหูลูกตา มีคนร่วมทางไปอีกยี่สิบกว่าคน ทั้งวันได้เดินป่า ดูวิถีชีวิตชาวบ้านท้องถิ่น พอเดินเสร็จเหงื่อท่วมตัว ยังไม่ได้พักนะคะ เล่นเกมส์กระชับความสัมพันกันอีก ได้เพื่อนใหม่กลับมาเพียบ เหนื่อยที่สุด แต่ก็ชื่นใจสุดๆเหมือนกันค่ะ  คิดกลับไปทีไรก็ยังยิ้มได้ทุกที

4. อย่าทานอาหารในร้านทุกมื้อ

สิ่งนึงที่เพิ่มค่าใช้จ่ายในการเดินทาง คือการทานอาหารในร้านทุกมื้อ โดยเฉพาะเวลาไปเมืองใหญ่ๆที่นักท่องเที่ยวเยอะๆ ร้านอาหารแพงกว่าราคาปกติมาก หนูหวานใช้วิธีเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต ซื้อของสด ผลไม้สด ซีเรียล นม ขนมปัง ฯลฯ เพื่อมาทานเป็นอาหารเช้า และทำเป็นแซนวิชติดตัวไปเวลาออกไปข้างนอก พอหิวก็นั่งทานตามปาร์คกับเพื่อนๆ คุยกันไปทานไป ดูวิถีชีวิตคนไปเรื่อยๆ อิ่มก็เที่ยวต่อ บางทีราคาที่ซื้อของสดหิ้วกลับไปทำทานกันเองที่อพาร์ตเม้นต์พอทานกันอีกหลายมื้อ ยังไม่เท่าทานที่ร้านแค่มื้อเดียวเลยค่ะ หนูหวานไม่อยากให้มองแค่ว่าเป็นการประหยัด สนุกจะตายไปค่ะ กับการได้ลองทานอาหารแปลกๆ ที่มีในซูเปอร์มาร์เก็ตพื้นเมือง เป็นรสชาติของชีวิตไปอีกแบบนะคะ

อย่างตอนหนูหวานไปอยู่ฝรั่งเศษปีที่แล้ว เพื่อนๆบอกแพงตายเลยไปอยู่ตั้งเดือนกว่าๆ แต่จริงๆค่าอาหารพอๆกับอยู่เมืองไทย ของโปรดคือซื้อขนมปังบาแก็ตแบบอบใหม่สดๆเลย แค่ยูโรกว่าๆ แล้วก็ซื้อชีสมาอบให้เหลว เอาขนมปังจิ้มทานกัน อิ่มกันหลายคน แกล้มกับไวน์ของฝรั่งเศษ ขวดละ 400 กว่าบาท แค่นี้ทุกคนก็อิ่มท้องไปอีกมื้อ ไม่แพง แถมอร่อยถูกปากด้วยค่ะ

5. ไปเที่ยวแบบเป็น อาสาสมัคร หรือที่เรียกกันว่า Voluntour

หากเราไปเป็นอาสาสมัคร เราจะมีจุดมุ่งหมายในการไป แถมยังได้ช่วยเหลือคนอื่นด้วยค่ะ ส่วนมากที่ๆเราไปอาสาสมัคร จะมีที่พักให้ฟรี เราอาจทำงานอาสาสมัครวันละ 4-5 ชั่วโมง เวลาที่เหลือเราก็ไปเที่ยวดูเมือง เวลาไปอย่างนี้ ได้ทั้งบุญ แถมยังได้เที่ยวอีกด้วย มูลนิธิมหาสมุทรแห่งปัญญาของหนูหวานเอง ก็มีอาสาสมัครมาจากทุกมุมโลก ปีละหลายๆกลุ่ม ล่าสุดเป็นนักศึกษาจากญี่ปุ่น มากินนอนกับชาวเขาอยู่หนึ่งเดือน มาสอนเด็กเล่นดนตรี และสอนการปลูกผักอย่างเป็นระบบ ว่างจากสอนเสาร์อาทิตย์ก็ลงมาเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่ เรียกได้ว่า ใช้เวลาคุ้มจริงๆค่ะ แถมยังช่วยเหลือสังคมกลุ่มเล็กๆให้มีชิวิตดีขึ้น

ขอแจ้งนิดนึงก่อนนะคะว่า ขอให้ดูให้ดีหากตัดสินใจจองทริป voluntour กับทางเว็บไซต์ต่างๆ เพราะบางที เราต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเพื่อนเข้าไปอาสาสมัคร ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว องค์กรที่เราเข้าไปอาสามัครนั้น อาจไม่คิดเงินเลยก็ได้ค่ะ แต่ทางเว็บไซต์(หรือเรียกว่าเป็นเอเย่นต์)กลับเก็บเงินเยอะเฉยเลย ส่วนมากเราเหมือนไปทำงานแลกกับที่พักค่ะ หนูหวานแนะนำให้ติดต่อองค์กรที่เราอยากไปอาสาสมัครให้โดยตรงเลยดีกว่า เพราะทั่วโลกนี้ มีองค์กรดีๆเยอะแยะมากมาย ที่รอให้เราไปอาสาสมัคร เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้ชิวิตของคน หรือสัตว์กลุ่มนึง ดีขึ้นค่ะ หรือไม่ต้องเป็นองค์กร บางทีโรงแรมบูติกเล็กๆ ก็ต้องการอาสามัครไปช่วยพัฒนาด้านต่างๆ เช่น เว็บไซต์ ฯลฯ

ลองดูว่าเราถนัดงานด้านไหน จะได้ช่วยได้ถูกค่ะ บางที มีแค่ตัวกับหัวใจเต็มร้อยไป ก็เกินพอแล้วค่ะ

ขอให้สนุกและปลอดภัย กับการสำรวจโลกเล็กๆใบนี้นะคะ

 

You Might Also Like

2 Comments

  • Reply
    ซาร่า
    กุมภาพันธ์ 26, 2016 at 3:02 pm

    ชอบมากค่ะ คุณหนูหวาน เป็นประโยชน์จริงๆ จะติดตามตอนต่อๆไปเกี่ยวกับการท่องโลกนะค่ะ

  • Reply
    Aom Udomluck
    กุมภาพันธ์ 27, 2016 at 12:48 pm

    ขอบคุณนะคะที่แชร์ประสบการณ์ เป็นคนชอบเที่ยวเหมือนกันค่ะ แต่งบน้อย จะลองเอาวิธีของพี่หนูหวานไปลองทำน่ะค่ะ

  • Leave a Reply