แรงบันดาลใจ และการพัฒนาตนเอง

หลายๆเหตุผลที่คนมีความสุข

Nuwann in Cambodia copy

“ความสุข” เราทุกๆคนต่างมีความจำกัดความต่างกันไป

สำหรับหนูหวาน ความสุขมีทั้งแบบที่หาได้ง่ายๆ เช่น นวดน้ำมันกลิ่นลาเวนเดอร์ในห้องมืดๆเย็นๆ หรือ ทานไอศกรีมเจ้าโปรด หลังจากวันรับปริญญา ความโล่ง ภูมิใจ สบายใจ ทำให้มีความสุขเหมือนเดินอยู่บนก่อนเมฆได้จริงๆนะคะ (ดูจากความกรุ้มกริ่มของยิ้มจากรูปก้อน่าจะพอเดาได้) กับแบบที่ได้มายากหน่อย เช่น ใช้เงินที่เก็บมาหลายปีซื้อกล้องรุ่นโปรด

มีหลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหนูหวานที่ทำให้หนูหวานพยายามจะไม่อิงความสุขไว้กับของนอกกาย หรือ คน มากเกินไป เพราะรู้สึกว่าสิ่งของหรือคนเหล่านั้น อาจเสียหรือหายไปจากเราเมื่อไหร่ก็ได้

ยกตัวอย่างนะคะ เมื่อหลายปีมาแล้ว หนูหวานไปเที่ยวอียิปต์ ประเทศที่อยากไปมาหลายสิบปี (ใครที่เคยอ่านคำสาปห์ฟาโรห์คงเข้าใจ อิอิ) ซื้อกล้องใหม่ เตรียมไปถ่ายรูปเต็มที่ และก็ไม่ผิดหวัง เพราะสถานที่ทุกที่ที่ไป สวยขาดใจจริงๆ ถ่ายภาพมาซะเกือบสองพันภาพ (ขนาดไปแค่สิบวันเองนะเนี่ย)
มีความสุขเหลือเกินที่ได้ภาพสวยๆกลับมาเต็มเลย

แต่พอกลับมาไม่กี่วัน เครื่องคอมมีปัญหา ให้เลขาเอาไปซ่อม ปรากฎว่าภาพโดนล้างออกไปหมด ตอนนั้นหนูหวานทุกข์มากๆ เพราะคิดว่าคงไม่ได้กลับไปอีกนาน เสียดายภาพที่จะมีไว้เตือนความทรงจำดีๆ

ในที่สุดสามารถกู้ภาพได้ หลังจากเศร้ามาหลายวัน
พอหลังจากเหตุการณ์นั้น และหลังจากที่ของรัก เสีย โดนโขมย หรือหายไปเฉยๆ เลยตั้งใจว่าจะตั้งระดับความสุขไว้แบบกลางๆ สำหรับความสุขที่ต้อง “ซื้อมา”

มาพูดถึงความสุขได้ได้จากการทำงานกันบ้างดีกว่า อันนี้น่าจะรวมไปถึงความภูมิใจในเนื้องาน ในตำแหน่งหน้าที่ เงินเดือนสูงๆ หรืออะไรหลายๆอย่าง

หนูหวานขออ้างอิงไปถึงคอลัมน์ในมติชนสุดสัปดาห์ของคุณพิศณุ นิลกลัด ที่ได้พูดถึงประเทศเดนมาร์ก ในฐานะที่ได้รับเลือกเป็นประเทศที่ติดอันดับแรกของโลก ที่ประชาชนมีความสุขที่สุด
“… หลายสิบปีที่ผ่านมา การสำรวจทุกครั้งจากสถาบันต่างๆ ในการจัดอันดับประเทศน่าอยู่ เดนมาร์กติดอันดับประเทศที่น่าอยู่ประชาชนมีความสุขในลำดับต้น ๆ เสมอ
ถามว่าทำไม คนเดนมาร์กโดยรวมมีความสุขกว่าคนชาติอื่น ๆ
คริสเตียน บียอร์นสคอฟ (Christian BjOrnskov) อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยออร์ฮูส (Aarhus University) ประเทศเดนมาร์กวิเคราะห์ถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนเดนมาร์กโดยรวมมีความสุขในชีวิตว่า คนเดนมาร์กมีความเชื่อใจในคนที่ตัวเองไม่รู้จัก ซึ่งความเชื่อใจ ไว้ใจคนอื่นนั้นทำให้ตัวเองมีความสุข
นอกจากนี้ สังคมเดนมาร์กไม่นำความคิดส่วนตัวไปตัดสินชีวิตของคนอื่น จึงทำให้คนรู้สึกมีอิสระในการเลือกทางเดินชีวิตอย่างที่ตัวเองต้องการ
หากมองในเรื่องเงิน อาจารย์ คริสเตียน บียอร์นสคอฟ กล่าวว่า เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในสังคมเดนมาร์กเหมือนกับในอังกฤษหรือสหรัฐอเมริกา
คนเดนมาร์กเลือกที่จะใช้เงินไปกับการสังสรรค์กับครอบครัว เพื่อนฝูง มากกว่าจะนำไปซื้อบ้านหลังใหญ่หรือรถคันใหม่ ถึงแม้ว่าคนเดนมาร์กจะมีรายได้มากพอที่จะซื้อรถแต่คนจำนวนมากเลือกที่จะขี่จักรยานแทนเพราะนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายแล้วยังช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
แม้คนเดนมาร์กจะต้องจ่ายภาษีรายได้ส่วนบุคคลในอัตราระหว่าง 37.4-63 เปอร์เซ็นต์ซึ่งสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก แต่สิ่งที่คนเดนมาร์กได้รับกลับคืนมาคือการศึกษาฟรี ค่ารักษาพยาบาลฟรี
เมื่อการศึกษาฟรี ส่งผลให้คนเดนมาร์ก 99 เปอร์เซ็นต์ เรียนจบชั้นมัธยมศึกษา ดังนั้น เวลาเสียภาษีจึงไม่รู้สึกโกรธแค้นว่าเงินภาษีของพวกเขาจะถูกนักการเมืองคอร์รัปชั่น
อัตราการเสียภาษีของเดนมาร์กจะเรียกเก็บมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจำนวนรายได้ยิ่งมีรายได้มากก็เสียภาษีในอัตราที่สูง ทำให้รายได้หลังหักภาษีของคนเดนมาร์กไม่ต่างกันมากนัก เช่น อาชีพคนเก็บขยะกับอาชีพทนาย จะมีรายได้ต่อปีหลังจากหักภาษีแล้วอยู่ที่ประมาณ 2.4 ล้านบาท
ดังนั้น จึงทำให้คนเดนมาร์กไม่เลือกประกอบอาชีพจากการดูว่าอาชีพไหนจะทำเงินให้มากกว่า หรืออาชีพไหนที่ดูโก้ มีเกียรติกว่า แต่คนเดนมาร์กจะเลือกทำอาชีพที่ตนรักและถนัด และคนเดนมาร์กจะไม่ถูกตัดสินที่อาชีพการงาน
อาชีพคนเก็บขยะไม่ได้มีศักดิ์ศรีน้อยกว่าอาชีพทนาย ในปี 1986 เดนมาร์กพิมพ์แสตมป์รูปคนเก็บขยะและคนกวาดถนนเพื่อให้เกียรติอาชีพที่รักษาความสะอาดให้แก่บ้านเมือง
การที่รัฐบาลเดนมาร์กให้สวัสดิการการศึกษาและการรักษาพยาบาลฟรี ทำให้คนเดนมาร์กไม่ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานเก็บเงินเพื่อเป็นค่าเล่าเรียนลูก หรือเป็นเงินฉุกเฉินยามป่วยไข้ ไม่ทำงานหามรุ่งหามค่ำอย่างหลายๆ ประเทศในโลก โดยเฉลี่ยแล้วคนเดนมาร์กทำงานสัปดาห์ละ 37 ชั่วโมง …”

กิจกรรมง่ายๆ ที่โดนมองข้ามไป อย่างสังสรรค์กับครอบครัว ออกกำลังกาย หรือทำอาหารกับคนที่รัก
ทำให้ความสุขที่ดูเหมือนหายาก เป็นสิ่งที่ไม่ไกลเกินเอื้อมไปนะคะ

หนูหวาน
10 – 10- 2556

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply