แรงบันดาลใจ และการพัฒนาตนเอง

เทคนิคเปรียบเทียบเสื้อผ้าโหล + แบรนด์เนม ให้ได้ของดี ราคาไม่แพง

ปัญหาของหนูหวาน และเพื่อนๆที่เรียนแฟชั่นด้วยกัน คือเราหาซื้อเสื้อผ้ายากขึ้นเยอะมาก ถ้าไม่ทำเสื้อผ้าใส่เอง ก็ใช้เวลาเดินชอปปิ้งกันนานมากกว่าจะได้ของถูกใจ  โรงเรียนแฟชั่นไม่ได้สอนทั้งหมดว่าควรซื้อหรือไม่ซื้อเสื้อผ้าแบบไหน แต่เป็นความรู้ที่สังเกตุ อ่านเอง และลองเสื้อผ้า เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาหลายปีเต็มที่ หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะคะ

หนูหวานไม่ได้สนับสนุนให้ซื้อของแพงตลอด  วันนี้ที่มาเขียนก็เพื่อเปรียบเทียบเสื้อผ้าถูกและแพง  และบอกวิธีแก้ไขเสื้อผ้าราคาถูก ให้ใส่แล้วดูแพงขึ้นมาหน่อย หนูหวานไม่ปฏิเสธเสื้อผ้าโหล ถึงส่วนตัวจะไม่ค่อยเชื่อมั่นในคุณภาพและวิธีการผลิต (ส่วนมากพนักงานเย็บไม่มีสภาพแวดล้อมที่ดีในโรงงาน) แต่ก็เข้าใจว่าเสื้อผ้าโหลก็เป็นทางออกของผู้หญิงทำงานหลายๆคน  และนักศึกษาที่ยังไม่มีรายได้ของตัวเอง (เอาเงินของคุณพ่อคุณแม่มาซื้อของที่มีประโยชน์กว่าเสื้อผ้าดีกว่า) วันนี้เลยขอมาแชร์วิธีการเลือกเสื้อผ้า ให้ได้ของถูกและดี ในฐานะผู้บริโภค ถ้าเรารู้เท่าทันผู้ผลิต เราก็จะได้ของที่ดีถูกใจ และของที่ไม่ดีพอ ขายไม่ออก ผู้ผลิตก็จะไม่กล้าผลิตมาขายอีกค่ะ หรือถ้าชุดที่ชอบจริงๆแต่คุณภาพไม่ดีพอ จะทำยังไงให้ใส่ได้  วันนี้หนูหวานจะมาบอกเทคนิคการแก้บางดีเทล์ ที่จะทำให้เสื้อผ้าสวยและดูมีสไตล์มากขึ้นค่ะ

♥เนื้อผ้า♥

สิ่งแรกที่หนูหวานดูก่อนเลยเวลาเสื้อซื้อเสื้อผ้า คือจับดูเนื้อผ้าค่ะ เสื้อผ้าโหลส่วนมาก (เกือบจะทั้งหมดที่เคยเจอมา) จะเป็นเนื้อผ้าสังเคราะห์โพลีเอสเตอร์ ซึ่งเวลาใส่แล้วจะระคายตัว และร้อนอับ เหมือนเหงื่อไม่ระบาย เจอผ้าแบบนี้ปุ๊ป ไม่ว่าลายสวยแค่ไหน หนูหวานก็ขอลาเลยค่ะ วิธีนี้สามารถย่นเวลาช้อปปิ้งไปได้เยอะ เพราะจับผ้าปุ๊ป รู้ว่าไม่ใช่ผ้าดี ก็ไม่ต้องเสียเวลาดูต่อเลยค่ะ หากเนื้อผ้าด้านนอกผ่าน สิ่งที่ดูถัดไปคือ ผ้าซับใน ส่วนมากจะเป็นซับในโพลีฯเหมือนกัน ซึ่งใส่แล้วจะร้อนมากๆ ยิ่งเราอยู่เมืองร้อน สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเสื้อผ้าต้องทำให้สบายตัว (*หมายเหตุ* บางทีซับในนิ่ม แต่ก็ยังเป็นโพลีฯนะคะ ลองเอาน้ำแตะๆดูค่ะ ถ้าน้ำไม่ซึม รับรองได้ว่าใส่แล้ว ร้อน & อึดอัดตัว 100% ค่ะ)

คนทำขายถือว่าลูกค้าไม่เห็นซับใน และไม่ได้เอามาเป็นการตัดสินใจในการซื้อชุด เลยไม่คิดจะซื้อซับในที่แพงขึ้นอีกหน่อย แต่ใส่สบายกว่า  ตอนที่หนูหวานยังทำเสื้อผ้าขายอยู่ (ตอนนี้หยุดพักชั่วคราวค่ะ มาทำกระเป๋าเต็มตัว) หนูหวานเลือกซับในเนื้อนุ่ม ยอมจ่ายแพงขึ้นอีกหน่อย ผ้าใส่สบายสุดๆ ลูกค้าที่ซื้อไปก็ชม และก็กลายมาเป็นลูกค้าประจำกันไป เพราะสิ่งที่สำคัญมากๆเวลาทำของให้คนอื่นใส่ คือเค้ารู้สึกดี สวย และสบายตัวเวลาใช้ของๆเรา ซึ่งถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็จะทำให้ลูกค้าไม่กลับมาซื้ออีกค่ะ

—–วิธีแก้ซับในแข็ง / อมเหงื่อ — ให้ตัดออกเลยค่ะ (ค่อยๆใช้กรรไกรเลาะออกไม่ให้กระทบผ้านอก) แล้วใส่สลิปด้านในเอา เลือกซื้อสลิปที่นุ่มๆ และที่สำคัญ ความยาวของสลิปต้องสั้นกว่ากระโปรงเราเสมอนะคะ (อย่าให้สลิปโชว์ออกมาพ้นกระโปรง เป็นเหมือนที่เค้าเรียกกับว่าการฆ่าตัวตายทางแฟชั่นเลยค่ะ)

♥แบบเสื้อผ้า♥

ทีนี่มาพูดถึงแบบเสื้อผ้าบ้าง หนูหวานสังเกตุว่าเสื้อผ้าโหล แบบที่เห็นบ่อยสุด คือเดรสรูดเอว เข้าใจว่าทำง่าย ขายง่าย ใส่ง่าย แต่เป็นแบบที่ไม่ช่วยหุ่นของคนใส่เลยค่ะ

—–วิธีแก้ให้ใส่แล้วดูดี — คาดเข็มขัดหนาอย่างน้อย 1 นิ้ว แบบเก๋ๆ เพื่อปิดตรงที่รูดค่ะ จะทำให้ชุดดูดีขึ้นเยอะค่ะ

เทียบกันกับแบรนด์แพงๆ ส่วนมากจะเป็นทรงที่ใส่แล้วทำให้หุ่นคนใส่ดูดีขึ้น จะไม่เป็นรูดเอวนะคะ แพทเทิร์นจะเข้ารูป เพื่อเน้นหุ่นให้ดี หนูหวานกับพี่หนูดีเคยชอบแบรนด์ Karen Millen เพราะทรงเสื้อผ้าเน้นหุ่นให้สวยมาก เจอแบรนด์นี้หนแรกที่ห้างในอเมริกา หนูหวานใส่ขาสั้น แต่งตัวธรรมดาๆ แต่พอเข้าไปลองชุด เดินออกมาพร้อมส้นสูงที่ทางพนักงานเตรียมไว้ให้หน้าห้องลอง แล้วรู้สึกเหมือนเป็นคนละคนเลย  เสื้อผ้าดีๆ (อาจจะไม่ต้องใช่ของแพงเสมอไป) ต้องสามารถเปลี่ยนความรู้สึกของเรา หรือเปลี่ยนหุ่น หรือบุคลิกเราให้ดูดีขึ้นได้ค่ะ  (ตอนนี้ไม่ค่อยซื้อแบรนด์นี้ละ เพราะเคยอ่านว่าดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์โดนผู้บริหารบีบให้ออก โกรธแทน 555)

karenmillen

Karen Millen Cotton Shift Dress.

ส่วนชุดแบบรูดเอว เห็นได้ทั้งแบรนด์โหลและแบรนด์แพง แต่เทคนิคในการรูดเอวต่างกันค่ะ

มีตัวอย่างมาให้ดูดีกว่าจะได้เห็นภาพชัดขึ้น

two dresses
ชุดสองชุดนี้เป็นทรงรูดเอวเหมือนกัน แต่วิธีการเย็บต่างกัน ชุดสีส้มด้านซ้ายเย็บแบบมีช่องให้ใส่ยางยืดได้ (ข้อดีคือ 1.ดูเนี้ยบกว่า 2.ทนกว่า ยางยืดไม่หมดสภาพเร็ว)  ส่วนชุดสีเขียวด้านขวา ใช้วิธีเย็บแบบโหล คือเย็บเป็นเส้นเดียวเลยที่เอว โดยใช้ยางยืดแทนด้านด้ายในกระสวย ผลที่ได้คือยางยืดจะอยู่ด้านในทันทีหลังเย็บ เป็นวิธีเย็บง่ายและเร็ว แต่ไม่ทนค่ะ  (ข้อเสีย 1.ชุดดูราคาถูก 2. ใส่สักพักยางยืดก็จะเหี่ยวค่ะ ก็ต้องโยนชุดทิ้งไป ใส่ไม่สวยแล้ว)

มีตัวอย่างอีกอัน เป็นชุดแบบรูดเอวเหมือนกัน แต่เป็นวิธีเย็บแบบเนี้ยบเหมือนตัวอย่างที่ 1

ใครจำได้บ้างคะ เป็นชุดที่หนูหวานใส่ถ่ายแบบในหนังสือความสุขฉบับกระเป๋าไง (บทไหนเอ่ย อิอิ)

blog black dress

เป็นชุดที่หนูหวานซื้อมาจากปารีส เป็นแบรนด์ระดับกลางๆค่อนมาทางดีหน่อย ไม่ได้ถือว่าหรูหราอะไรมาก ราคาประมาณ 6,000 กว่าบาทค่ะ

จะเห็นว่าวิธีรูดเอวเป็นแบบแรก

black dress

ใส่มาหลายปีแล้วก็ยังสวยอยู่ หนูหวานไม่ค่อยจ่ายแพงมากสำหรับเสื้อผ้า แต่หนูหวานจะมีชุดเดรสที่ฝรั่งเรียกกันว่า Little Black Dress อยู่สองสามตัว ที่เป็นชุดสารพัดประโยชน์ ไว้ติดกระเป๋าเวลาเดินทาง  ใส่ไปงาน ใส่เวลาคิดอะไรไม่ออก เป็นชุดที่ใส่ปุ๊บ ทาปากสีสวยๆ ใส่ส้นสูง แล้วสวยทันใจค่ะ

ข้อแตกต่างของชุดนี้จากเสื้อผ้าโหล คือ

  1. ทำจากผ้าเนื้อดี นุ่ม พลีทไม่คลาย
  2. แบบคลาสสิกแต่ไม่เชย มีดีเทล์เปิดหลังผูกโบว์ พอให้สมกับเป็นเสื้อดีไซเนอร์ ที่รู้ว่าจะหยุดตรงไหนในเรื่องของการออกแบบให้พอเหมาะ
  3. ซับในเป็นผ้าค้อตตอน 100% ใส่แล้วไม่ร้อน
  4. ไม่ยับ พับใส่กระเป๋าเวลาเดินทางได้ พอถึงที่หมายไม่ต้องเสียเวลาดูแลมาก หยิบมาใส่ได้เลยค่ะ
  5. ซักมือได้ แห้งเร็วมาก ทำให้เวลาเดินทางไม่ต้องเอาเสื้อผ้าไปหลายๆตัวค่ะ  เก็บพื้นที่ในกระเป๋าไว้ซื้อของจังหวัด / ประเทศนั้นๆดีกว่า

♥กระดุม♥

อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งข้อแตกต่างของของโหลกับของแบรนด์ กระดุมของเสื้อผ้าโหลส่วนมากจะทำด้วยพลาสติกง่ายๆ  แต่แบรนด์จะเลือกกระดุมสวยๆเด่นๆ อันนี้หนูหวานไม่ได้พูดถึงแบรนด์แพงๆหลักหมื่นนะคะ มีแบรนด์เล็กๆที่เจ้าของออกแบบเองหลายแบรนด์ที่น่ารักๆ ทั้งราคาและดีเทล์ต่างๆ ลองอุดหนุนกันดูค่ะ แต่หากเจอเสื้อโหลถูกใจ แก้ง่ายๆด้วยการซื้อกระดุมที่ถูกใจ แล้วเปลี่ยนเองค่ะ (ดูวิธีการเย็บกระดุมให้ทนทาน ที่หน้า 34 ในหนังสือความสุขฉบับกระเป๋านะคะ)

♥หาช่างรู้ใจ♥

อีกหนึ่งข้อแนะนำ ที่หนูหวานใช้เองแล้วได้ผล คือให้หาช่างที่รู้ใจหนึ่งคนค่ะ อาจเป็นคนเย็บที่ตั้งจักรบนถนนไกล้บ้านเรา หรือช่างที่เพื่อนๆหรือคุณแม่ คุณป้าใช้ประจำ เพราะช่างรู้ใจ สามารถแก้เสื้อผ้าให้แบบและทรงถูกใจเรายิ่งขึ้นไปอีกค่ะ   ถ้าเจอเสื้อผ้าที่ถูกใจ แต่ไม่มีไซส์เรา ทำยังไงดี? ให้ซื้อไซส์ที่ใหญ่กว่าไซส์เราเสมอ แล้วมาแก้แพทเทิร์นเข้าให้เล็กลง เพราะหากชุดเล็ก เราไม่สามารถขยายได้ แต่ชุดใหญ่แก้ให้เล็กพอดีกับเราง่ายกว่าเยอะค่ะ

♥ลองเสื้อหลายๆแบรนด์♥

หนูหวานไม่ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมบ่อย (หรือพูดตรงๆคือแทบจะไม่เคยซื้อ) แต่หนูหวานชอบดู ชอบลอง และชอบคุยกับพนักงานขายเป็นทีสุด ถึงตอนนี้รายได้เราจะยังไม่ถึงขั้นช้อปปิ้งแบรนด์ แต่เราสามารถไปดูแบบใหม่ๆ ลองเสื้อตัวที่ชอบ ดูว่าหุ่นของเรา เหมาะกับเสื้อผ้าแบบไหน  ลองถามความเห็นพนักงานดูค่ะ หลายๆคนไม่กล้าเข้าไปดูของแบรนด์ ไม่กล้าลอง เพราะตอนนี้ไม่สามารถจ่ายไหว ไม่จำเป็นหรอกค่ะ เรามีสิทธิ์ในฐานะลูกค้าที่สนใจ (หรือ ความเป็นไปได้ของการที่เราจะเป็นลูกค้าในอนาคต เป็นหน้าที่พนักงานที่จะต้องดูแลเรา) ที่จะดู จะลอง และถามความเห็นพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นร้านในตลาดนัดหรือ ร้านแบรนด์เนมในห้างหรูระดับโลก ทุกอย่างอยู่ที่ราคาที่เราตีค่าของตัวเอง ไม่ใช่จำนวนเงินในกระเป๋า พอลองแล้วก็ดูดีเทล์ต่างๆ เนื้อผ้า เรียนรู้ไปเรื่อยๆอย่างนี้สนุกกว่าเรียนในห้องเรียนเยอะค่ะ

♥ซื้อของก๊อป♥

ประเด็นนี้ตอนแรกไม่ได้จะเขียนถึง แต่รู้สึกว่าเห็นเยอะจัง เลยขอเขียนสักหน่อย

ของก๊อป ไม่ว่าคนขายจะเคลมว่าก๊อปเกรดเอ เกรดบี ก๊อปดารา เหมือนเป๊ะแบบชนชอป ยังไง ไม่มีวันที่ของจะคุณภาพเหมือนของจริง เพราะคุณภาพของแบรนด์ ทั้งเนื้อผ้า แบบ คุณภาพผ้า ของระดับก๊อปไม่สามารถเทียบได้เลยค่ะ

ของก๊อปบางอย่าง ราคาแพงพอสมควรเลยนะคะ หนูหวานว่าเอาเงินไปซื้อของเก๋ๆ แบรนด์ที่ไม่ได้ดังมาก หรือแม้แต่แบรนด์เล็กๆตามจตุจักร ยังดูเป็นการใช้เงินที่คุ้มค่ากว่าอีก

อีกอย่างที่สำคัญที่สุด คือ ทัศนคติ ของคนใส่ค่ะ เสื้อ(รวมถึงเครื่องประดับและกระเป๋า ฯลฯ)ก๊อป เป็น “ของปลอม” ทำออกมา เพื่อให้คนใส่ รู้สึกเหมือนตัวเอง “เป็นของจริง”  ทั้งๆที่จริงๆแล้ว หนูหวานเชื่อว่า ผู้หญิง (และผู้ชายทุกๆคน) เป็นของจริงอยู่แล้วในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องใส่เสื้อผ้าก๊อป หรือถือกระเป๋าก๊อป เพราะเมื่อ “ของจริง” ถูกบดบังด้วย “ของปลอม” ก็จะดูกลายเป็น “ของปลอม” ไปในที่สุด

ทุกๆอย่างที่เราเลือกใส่ บอกความเป็นตัวเราโดยที่เรายังไม่ทันจะแนะนำตัวเลยค่ะ  เพราะฉะนั้นจึงสำคัญมากที่เราจะเลือก ปรับ แก้ เปลี่ยน จนกว่าจะได้ของที่ดีเหมาะกับเรา บอกความเป็นตัวตนของเราจริงๆ

หนูหวานหวังว่า บทความนี้ จะมีเทคนิค หรือข้อคิดบางอย่างที่เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะคะ

เพื่อนๆมีเทคนิคในการดูเสื้อผ้ากันยังไงบ้าง หรือคิดยังไงกับบทความนี้ แชร์ประสบการณ์กันได้ในคอมเม้นต์เลยนะคะ หนูหวานอยากฟังค่ะ

You Might Also Like

5 Comments

  • Reply
    ฟ้าพราว
    มกราคม 14, 2016 at 4:43 pm

    ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ เป็นประโยขน์มากๆ เลยค่ะ

  • Reply
    แตงโม
    พฤษภาคม 4, 2016 at 11:17 am

    ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

  • Reply
    ณิตา
    กันยายน 5, 2016 at 9:46 am

    ชอบมากค่ะ สำหรับคำแนะนำดีๆ
    อยากให้เขียนอีกค่ะ อะไรก็ได้เกี่ยวกับการออกแบบและแฟชั่น เราชอบทัศนะของผู้เขียนค่ะ

    • Reply
      nuwann
      กันยายน 6, 2016 at 5:11 am

      ขอบคุณมากๆค่ะ ชื่นใจมีกำลังใจเขียนเลย ดีใจที่ชอบนะคะ วันนี้เพิ่งเขียนบล็อกใหม่ ลองอ่านดูนะคะ เดี๋ยวจะมาเขียนเรื่องการออกแบบและแฟชั่นเพิ่มค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ^^

  • Reply
    ไก๋
    มกราคม 15, 2017 at 8:37 am

    ขอบคุณมากค่ะสำหรับบทความดีๆ

  • Leave a Reply