ข้อคิดธุรกิจ และการตลาด แรงบันดาลใจ และการพัฒนาตนเอง

{Slow Fashion} รักแฟชั่นได้ แต่อย่าทำลายโลก

Slow movement นี้เกิดขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว เริ่มตั้งแต่คุณ คาร์โล เปตรินี ประท้วงการเปิดร้านแม็คโดนัลในกรุงโรม ตั้งแต่ปีค.ศ. 1986 นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของ Slow Food Organization  และหลังจากนั้นคนเราก็เริ่มตื่นตัวมากขึ้นในการตื่นรู้เท่าทันในทุกวงการ จึงมี Slow movement นี้เกิดขึ้นในวงการการออกแบบ การบริโภค การเดินทาง ฯลฯ

และคำว่า Slow Fashion ได้เริ่มโดยคุณ เคท เฟล็ทเช่อร์ (จาก Center for Sustainable Fashion, UK) ในปี ค.ศ. 2007

ในความหมายก็คือ ไม่ใช่การตามติดเทรนด์ที่มาแล้วไปตามซีซั่น ไม่ใช่การซื้อของจากแบรนด์ที่ผลิตอย่างอุตสาหกรรม แต่เลือกซื้อของจากธุรกิจเล็ก แบรนด์ที่ผลิตเองในประเทศ หรือทำของใช้เอง เพื่อลดสารพิษ ลดมลภาวะที่เกิดจากการผลิต ลดขยะล้นเกิน และเพื่อสนันสนุนการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ผลิต

ในการสนันสนุน Slow fashion movement

1.เลือกของผลิตจากแบรนด์เล็ก Fair trade (ธุรกิจที่ได้รับการรับรองว่าเป็นแฟร์เทรดคือขั้นตอนการผลิตยุติธรรมต่อผู้ผลิตและธรรมชาติ) หรือของที่ผลิตในประเทศ

2. ซื้อของใช้แล้วหรือวินเทจ และบริจาคเสื้อผ้าของเราที่ไม่ใช้แล้ว

3. เลือกซื้อของที่เหมาะกับรูปร่างของเรา ไม่ใช่ตามเทรนด์ เพื่อที่จะได้ใส่ได้นาน

4. เลือกของคุณภาพดี ที่เป็นชิ้นคลาสสิก ที่อาจราคาแพงขึ้นอีกนิด แต่จะได้ใช้ได้นาน คุ้มค่าเงิน วัสดุ และแรงงานที่เสียไปกับการผลิตของชิ้นนี้

5. ทำของใช้เอง หรือซื้อของมือสองมาแก้ ให้เหมาะกับเรา

 

ที่รู้สึกว่าต้องเขียน blog เรื่องนี้ขึ้นมา เพราะ รู้สึกว่า “Fast Fashion” กำลังบุกประเทศไทยเยอะเหลือเกิน อาจเป็นเพราะการหลั่งไหลเข้ามาของของที่ผลิตจากจีน ที่ราคาถูกจนไม่น่าเชื่อ

เป็นเรื่องปกติธรรมดามากที่เราทุกคนอยากซื้อของ มีของดีๆใช้ ในราคาไม่แพง

แต่สิ่งที่เราอาจจะไม่ได้คิดก็คือ คนที่ผลิต “ของถูก” ให้เราใช้นั้น เค้าถูกเอาเปรียบอยู่หรือปล่าว

ในเมื่อผู้บริโภคต้องการของถูก คนกลางก็ต้องทำทุกวิถีทางที่จะบีบต้นทุนให้น้อยที่สุด รวมไปถึงการให้ค่าแรงที่ต่ำ

หนูหวานเพิ่งได้อ่านหนังสือเรื่อง “Naked Fashion: The New Sustainable Fashion Revolution” มีข้อคิดดีๆเยอะเลย หนึ่งในนั้นคือการได้อ่านประสบการณ์ของช่างเย็บผ้าที่เย็บส่งแบรนด์แฟชั่นชื่อดังทั้งหลาย พวกเธอบอกว่า “If you pay a little more, we can live a little better.”  แถมยังโชว์ภาพเด็กผู้หญิงอายุ14-15 ปี 5 คน ที่ทั้งกิน นอน เย็บผ้า ในห้องเล็กๆด้วยกันเจ็ดวันต่ออาทิตย์ไม่หยุดเลย

และหนังสือเล่มนี้ยังพูดถึงอีกว่า ถ้าคุณซื้อเสื้อยืดตัวละ 199 บาท (คำนวนเป็นเงินไทยให้แล้วคะ) ต้องมีใครสักคนถูกเอาเปรียบอยู่ในห่วงโซ่ของการผลิต

การถูกเอาเปรียบ มีอยู่ทุกที่ค่ะ ไม่ใช่แค่บังกลาเทศ

มีตัวอย่างมาให้ดู

นี่คือสภาพบ้านของช่างเย็บผ้าโหล มองไปข้างในจะเห็นจักรอุตสาหกรรมแอบอยู่

ซึ่งเคยไปคุยด้วยแล้วได้ค่าแรงน้อยมาก ไม่ได้ค่าแรงขั้นต่ำเพราะไม่ได้อยู่ในระบบโรงงาน เป็นการที่โรงงานหรือแบรนด์มา sub contract ขับผ่านบ้านน้องเค้ามากี่ปีก็สภาพเหมือนเดิม ทำงานหนักแต่ยังไม่พ้นสภาพชีวิตอย่างนี้สักที

ก็เป็นข้อมูลบางส่วนเรื่องเกี่ยวกับ Slow Movement ในวงการแฟชั่นนะคะ

ในเมืองไทยยังไม่ค่อยพูดถึงกันมากนัก แต่ในยุโรปและญี่ปุ่นค่อนข้างจะเป็นกระแสมานานแล้ว และผลตอบรับก็ค่อนข้างน่าพอใจ เป็น movement เล็กที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่าเราคงไม่สามารถต้านกระแส Fast Fashion ของแบรนด์ดังๆได้ หรือการผลิตอย่างอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่อย่างบางประเทศได้

แต่เราสามารถเลือกของที่มีคุณภาพและใช้ได้นานได้ เลือกสนับสนุนงานคุณภาพจากแบรนด์ดีๆในประเทศ เลือกซื้อของมือสองมาตัด แก้ คืนชีวิตให้ของได้  และเราสามารถเลือกที่ทำของบางอย่างใช้เอง ลดภาระให้กับโลก แถมยังเพิ่มความสุขให้กับเวลาว่างของเราได้ด้วยนะคะ

ขอจบด้วยคำพูดจาก ศาสตรจารย์ด้าน Philosophy Guttorm Fløistad เกี่ยวกับ Slow Movement

“The only thing for certain is that everything changes. The rate of change increases. If you want to hang on you better speed up. That is the message of today. It could however be useful to remind everyone that our basic needs never change. The need to be seen and appreciated! It is the need to belong. The need for nearness and care, and for a little love! This is given only through slowness in human relations. In order to master changes, we have to recover slowness, reflection and togetherness. There we will find real renewal.”

Happy Sunday ค่ะ : )

*ขอบคุณข้อมูลจาก wikipedia และหนังสือ The Naked Fashion.

You Might Also Like

2 Comments

  • Reply
    sasi
    กันยายน 30, 2012 at 4:57 pm

    Thank you very much for your information that very make me think the way I am doing.

    • Reply
      nuwann
      พฤศจิกายน 9, 2012 at 4:00 pm

      It’s a pleasure!

    Leave a Reply